ข้อมูลเพื่อการศึกษาฟอเร็กซ์


แนวรับ, แนวต้านและประเภทแนวโน้ม

จุดประสงค์แต่เดิมของตลาดการเงินและการวิเคราะห์ทางเทคนิคของฟอเร็กซ์คือตำแหน่งในกราฟแนวโน้มที่มีการพล็อตลงไป อ้างอิงจากทฤษฏี  Dow Theory แนวโน้มมีอยู่สามประเภทนั้นคือแนวโนัมระยะยาว, ระยะกลางและระยะสั้น ประเภทของแนวโน้มในกราฟที่มีการวิเคราะห์ ถ้าพวกเราวิเคราะห์กราฟประจำเดือนและพบแนวโน้ม เราก็จะเรียกมันว่าแนวโน้มระยะยาว ถ้ามีการวิเคราะห์กราฟประจำสัปดาห์หรือประจำประจ ำวัน เราก็จะเรียกมันว่าแนวโน้มระยะกลาง ส่วนแนวโน้มระยะสั้นใช้ในการวิเคราะห์ในกราฟประจำชั่วโมงและประจำนาที 


แต่ละแนวโน้มไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนสามารถเป็นได้ทั้งขาขึ้น (แนวโน้มขาขึ้น, แนวโน้มทรงตัวขึ้น, ปรับตัวขึ้น, แนวโน้มกระทิง) หรือขาลง (แนวโน้มหมี, การปรับตัวลง) นอกจากนั้นจะไม่สามารถพบแนวโน้มใดๆได้ในตลาด (ด้านข้าง) หากกำลังของตลาดหมีและตลาดกระทิงเท่ากันในขอบเขตระยะเวลาเดียวกันและราคาไม่มีการเคลื่อนไหวที่ขึ้นนำสำหรับแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง 


ราคาสกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยเป็นการสร้างคลื่นออกมาหลากหลาย จากกราฟที่มีความหลากหลายของคลื่นมันใช้เพื่อการกำหนดระดับต่ำและสูงสุดในขอบเขตเวลานั้นๆ มูลค่าราคาในสถานะขั้นต่ำที่กำหนดเส้นแนวราบซึ่งเรียกว่าระดับแนวรับ 

มูลค่าราคาในสถานะสูงสุดเดิมกำหนดเส้นแนวราบซึ่งจะเรียกว่าระดับแนวต้าน 


แนวรับและแนวต้านมีความสำคัญอย่างมากในตลาดฟอเร็กซ์ ยิ่งมีความถี่เท่าไหร่ ยิ่งราคาย้อนตัวไปยังระดับนี้หรืออีกระดับหนึ่งมากเท่าไหร่ ระดับนั้นก็จะยิ่งมีความสำคัญสำหรับตลาด มันสามารถอธิบายได้ตามหลักจิตวทยาของเทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญต่อระดับเหล่านี้ ซึ่งได้รับการยืนยันภายในช่วงเวลาจากราคาที่ย้อนตัวไปหามัน หากระดับแนวรับถูกทะลุผ่านออกไป ตำแหน่งนั้นจะกลายมาเป็นระดับแนวต้านใหม่ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าแนวต้านถูกตัดผ่าน มันกลายมาเป็นแนวรับใหม่ 


ระดับต่ำสุดอันดับแรกเป็นระดับแนวรับและมันได้รับการยืนยันจากตลาดถึงสองครั้ง สิ่งเดียวกันกก็สามารถอธิบายเกี่ยวกับระดับต่ำสุดอันดับสองได้ ควรให้ความสำคัญข้อเท็จจริงที่ว่าระดับที่สามจากด้านล่างในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเป็นระดับแนวต้านแรก จากนั้นก็เป็นระดับแนวรับ ระดับที่สี่จากด้านล่างเป็นระดับแนวต้านและได้รับการยืนยันจากตลาดถึงสองครั้ง 


สิ่งที่ควรทราบคือระดับแนวรับและแนวต้านไม่ได้แสดงมาตราที่ชัดเจนและคำนิยามของมันขึ้นอยู่กบัตัวบุคคล เทรดเดอร์ทุกคนตัดสินใจเองถึงระดับที่สำคัญต่อการใช้งาน  จะถือว่ามีการตัดผ่านระดับหากราคาปิดได้ทะลุผ่านออกไปแม้ว่าพิจารณาจากข้อมูลมูลค่าซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ มีตัวอย่างอีกมากมายเมื่อราคาปิดได้ฝ่าตัวผ่านระดับและในขอบเขตซื้อขายถัดไปย้อนกลับไปหามันอีกครั้ง จึงเป็นเหตุผลว่าระดับการฝ่าตัวผ่านไม่ได้เป็นสัญญาณของการขายหรือการซื้อ มันมีความจำเป็นในการเป็นเครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์ทา งเทคนิคได้แสดงสัญญาณเช่นนี้ออกมา เพื่อทำการซื้อขายในฟอเร็กซ์ให้สำเร็จ ตราสารทุกประเภทในการวิเคราะห์ทางเทคนิคต้องปรับใช้ไปด้วยกัน 


ถ้ามีการเชื่อมตำแหน่งของกราฟที่ต่อกันอย่างน้อยสองส่วน (ตำแหน่งที่ตอบรับกับระดับแนวรับ) เ้นที่มีมุมลาดเอียงแบบสัมผัสได้เชิงบวก (ที่มุ่งหน้าจากมุมของกราฟจากระดับต่ำด้านซ้ายไประดับสูงด้านขวา) ปรากฎออกมา เส้นนี้จะเรียกว่าเส้นแนวรับของแนวโน้มขาขึ้น ถ้าหากระดับต่ำถัดไปอยู๋ตามทางของเส้นนี้ แนวรับนี้จะมีความสำคัญของตลาด ตำแหน่งต่ำสุดที่ใกล้กับเส้นนแวรับจะเป็นตำแหน่งต่ำถัดไปที่เห็นได้ชัดเจนที่พบว่าอยู่ใกล้กับเส้นนี้ 


เส้นแนวรับแสดงแนวโน้มขาขึ้นอย่างแน่นอน การฝ่าตัวผ่านอาจกระตุ้นการปรับตัวของแนวโน้มและมีความสำคัญอย่างมากจากนั้นก็มีระดับการทะลุผ่าน เหมือนกับหลักการที่โด่งดังว่า «แนวโน้มคือเพื่อนคุณ» ความสามารถในการกำหนดการย้อนตัวของแนวโน้มเป็นรากฐานการซื้อขายให้สำเร็จในตลาดฟอเร็กซ์และตลาดการเงินอื่นๆ 


นอกจากแนวโน้ม คำว่า ‘ช่องทาง’ ก็ใช้กันอย่างหลากหลายในบทวิเคราะห์ทางเทคนิค ช่องทางเป็นเส้นทางที่อยู่ภายในส่วนของราคาที่ผันผวน ในการกำหนดช่องทางแนวโน้มขาขึ้น เส้นอีกส่วนหนึ่งถูกพล็อตไปตามตำแหน่งสูงสุดของกราฟที่เท่ากับเส้นแนวรับ เส้นเหล่านี้ทั้ง (เส้นแนวรับและส่วนที่เท่ากับเส้น) กำหนดช่องทางขาขึ้น สำหรับการทำผลกำไรในตลาดฟอเร็กซ์ จำเป็นต้องซื้อสกุลเงินพออยู่ในเส้นขอบของช่องทางด้านล่างสุดและก็ขายมันในระดับสูงสุด แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ควรระมัดระวังไว้เนื่องจากการที่อยู่ใกล้กับเส้นขอบเขตช่องทาง ราคาสามรถทะลุผ่านไปได้ ในสถานการณ์ที่นี้แนวโน้มเปลี่ยนไปยังฝั่งตรงข้ามและเขาก็อาจขาดทุนได้ ดังนั้นนอกจากการกำหนดช่องทางก็ควรใช้เครื่องมืออื่นๆไปด้วย ซึ่งส่งสัญญาณถึงการยืนยันของแนวโน้มหรือการย้อนตัว 


สถานการณ์เช่นเดียวกันกับแนวโน้มขาลง ถ้าตำแหน่งของกราฟที่มีระดับสูงสุดสองส่วนเชื่อมต่อกัน (จุดที่ตรงกับระดับแนวต้าน) เส้นที่มีมุมลาดเอียงไปพื้นที่แดนลบ (มุ่งหน้าจากมุมกราฟระดับสูงด้านซ้ายไปยังระดับต่ำด้านขวา) ปรากฎออกมา เส้นนี้ถูกเรียกว่าเส้นแนวต้านของแนวโน้มขาลง ที่จริงเส้นแนวต้านกำหนดแนวโน้มขาลง ถ้าลากเส้นผ่านตำแหน่งกราฟขั้นต่ำ ที่เท่ากับเส้นแนวต้าน เส้นทั้งสองส่วนนี้จะกำหนดช่องทางขาลง 


การซื้อขายที่อยู่ในช่องด้านล่างมีความคล้ายกับส่วนที่อยู่ในช่องทางขาขึ้น สกุลเงินถูกซื้อในเส้นช่องทางด้านล่างและขายในเส้นด้านบน ทุกคนควรทราบว่าแนวโน้มขาลงจะปรับตัวอีกครั้งดังนั้นมันมีความสำคัญที่ไม่ควรพลาดสัญญาณการย้อนตัวของแนวโน้ม 


ตามที่ได้ระบุไว้  หากไม่มีแนวโน้มในตลาดจากนั้นราคาเปลี่ยนแปลงแต่ไม่สามารถกำหนดเส้นแนวรับของแนวโน้มขาขึ้นและเส้นแนวต้านของแนวโน้มขาลง ในกราฟนี้สถานการณ์แสดงออกมาในช่องทางด้านข้างตามแนวราบและแสดงออกมาในเส้นแนวราบที่ขนานกันทั้งสองส่วนภายในลิมิตของการเปลี่ยนแปลงของราคา การซื้อขายในช่องทางด้านข้างแนวราบเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการเนื่องจากไม่มีแนวโน้มที่ก่อตัวขึ้นมาและสถานะที่ขาดทุนสามาถรเปิดได้อย่างง่ายดาย สามารถพบช่องทางด้านข้างว่าเป็นส่วนตรงข้ามของตลาดกระทิงและตลาดหมีที่ขนานกัน ตามหลักแล้วยิ่งมันสวนทางกันยาวนานเท่าไหร่ การฝ่าตัวผ่านของราคาไม่ว่าในทิศทางไหนก็จะยิ่งเกิดขึ้นยาวนาน มันอาจเกิดต่อจากแนวโน้มขาขึ้นหรือแนวโน้มขาลง ช่องทางด้านข้างในแนวราบสามารถถูกพบได้ในกราฟประจำหนึ่งชั่วโมงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดตามเทศกาลที่การซื้อขายในฟอเร็กซ์ค่อนข้างน้อย 



บทความแนะนำ

คอมมิชชั่นในการฝาก/ถอน

คอมมิชชั่นในการฝาก/ถอน

ไม่สามารถเปิดตำแหน่งได้

ขั้นตอนที่ลูกค้าของโบรกเกอร์ชั้นนำ InstaForex ควรทำเมื่อไม่สามารถเปิดตำแหน่ง (คำสั่ง) ได้

เติมเงินในบัญชีของคุณโดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งที่มีอยู่